บทที่ 11 ดูๆไปเธอก็...

   ริศาเงยหน้าขึ้นมองคนที่เอ่ยทักทาย เขาเป็นผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีส่วนสูงพอๆกันกับราม ถัดไปอีกนิดก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆพอๆกับเธอแต่อาจจะสูงกว่านิดหน่อย เธอคุ้นๆหน้าผู้ชายคนนี้อยู่บ้างจึงพอเดาได้ว่าคงเป็นเพื่อนกันกับรามอีกคน

“พี่ชื่อเพทายครับเป็นเพื่อนของราม เราเคยเจอกันเมื่อหลายปีก่อนจำได้ไหม” คนมาใหม่แนะนำตัวพร้อมกับยิ้มให้

“สวัสดีค่ะ ริศาจำใครไม่ค่อยได้เลยค่ะแต่ก็คุ้นๆหน้าอยู่ ขอโทษนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันนานแล้วและเราก็ยังไม่เคยพูดคุยกันด้วย” เพทายยิ้มบอกอย่างไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะหันไปพูดกับผู้หญิงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“เธออยู่เป็นเพื่อนน้องริศานี่แหละเดี๋ยวฉันมา” บอกกับผู้หญิงอีกคนเสร็จเพทายก็หันมายิ้มให้ริศาอีกครั้งและเดินไปหากลุ่มผู้ชายที่กำลังทำงานกันอยู่

“เราชื่อกอหญ้านะ ขอนั่งด้วยคน” ผู้หญิงที่มากับเพทายเอ่ยแนะนำตัวเองพลางขยับตัวเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวที่ว่างอยู่

“เธอชื่อริศาเหรอ” น้ำเสียงหวานๆเอ่ยชวนริศาคุยพร้อมส่งยิ้มตาหยีอย่างเป็นมิตร

“ใช่จ้ะ เราชื่อริศา”

“เป็นแฟนคุณรามเหรอ” 

“หือ? เอ่อ”

“ไม่ใช่แฟนสิ เขาเรียกคู่หมั้นเนาะ”

“เธอรู้ได้ไง”

“พอรู้มาบ้าง ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยงานคุณเพทายบ่อยๆได้ยินเขาคุยกัน” พอเห็นริศาทำหน้างงๆกอหญ้าจึงรีบอธิบายพร้อมกับส่งยิ้มตาหยีน่ารักให้อีกครั้ง ทำให้ริศาต้องพลอยยิ้มตามไปด้วย

“อ๋อ แบบนั้นเอง แล้วเธอกับพี่เพทายเป็น…”

“ฉันเป็นเด็กที่ครอบครัวคุณเพทายรับอุปการะไว้น่ะ” อีกคนตอบอย่างไม่ต้องรอให้ริศาสงสัยอีก

“อื้ม! แล้วกอหญ้าอายุเท่าไหร่ เรียนที่ไหน”

“ฉันอายุ20 เรียนปี2มหาลัยS”

“อ้าว! มหาลัยเดียวกันเลย เธออยู่คณะอะไร”

“ฉันเรียนบริหาร แล้วเธอล่ะ”

“ฉันเรียนนิเทศ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะริศา”

“ยินดีเหมือนกัน กอหญ้า” ทั้งสองต่างแนะนำตัวเองและยิ้มให้กันอย่างดูเป็นมิตร ก่อนจะชวนกันคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปด้วยระหว่างนั่งรอคนทำงาน กระทั่งเวลาเลยผ่านไปนานหลายชั่วโมง ทางคนที่ให้รอก็คุยงานกันเสร็จ

“พวกมึงไปไหนกันต่อไหม” เสือถามเพื่อนทั้งสองหลังจากที่คร่ำเคร่งทำงานกันมาทั้งวันแล้ว

“วันนี้กูเข้าบ้าน” เพทายกล่าว

“แล้วมึงล่ะราม”

“วันนี้กูเข้าไปนอนคอนโด เดี๋ยวพรุ่งนี้มาแต่เช้าแล้วกัน” 

“อ้าว! นี่กูต้องอยู่นี่คนเดียวเหรอเนี่ย เหงานะเว้ย” เพลย์บอยหนุ่มหน้าหล่อทำเป็นหน้าเซ็งทั้งที่รู้ว่าเพื่อนมีธุระออกไปที่อื่นกันอยู่แล้วแต่ก็แกล้งถาม

“ไม่ต้องมาทำบอกเหงาปกติมึงก็มีคนมาอยู่เป็นเพื่อนประจำอยู่แล้วไหมเสือ” เพทายรู้ทันก็ไม่วายพูดแซะเพื่อน

“หึ! เออๆ ไปทำธุระของพวกมึงเถอะ กูไปล่ะวันนี้เหนื่อยไม่มีอารมณ์หาใครมานอนเป็นเพื่อนหรอกว่ะ” ว่าแล้วเสือก็เดินแยกกลับห้องพักที่อยู่ภายในสนามแข่งนี้ของตัวเองไป โดยที่ก่อนไปก็ไม่ลืมหันไปยิ้มให้กับผู้หญิงทั้งสองที่นั่งอยู่ด้วยกัน

“งั้นกูก็ไปล่ะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” เพทายบอกกับรามและเดินออกไปอีกคนโดยที่มีกอหญ้าเดินถือของที่ชายหนุ่มส่งให้ถือเดินตามไปติดๆเช่นกัน เหลือไว้แค่เพียงริศาที่ยังคงนั่งอยู่และรามที่ยืนมองเธอ… เขามองเธอนิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

“จะกลับไหม” กว่าจะมีคำพูดอะไรออกมาจากปากเขาได้เล่นเอาริศาทำตัวแทบจะไม่ถูกเพราะกลัวว่าเขาจะมองเธอเป็นภาระที่ต้องพากลับไปส่ง ทั้งที่ไม่ใช่คนพามา

“คะ…กะ กลับค่ะ”

“ก็ลุกสิ มัวนั่งทำอะไรอยู่”

รามเดินนำริศามาที่รถของตัวเองและพาเธอขับออกไปเพื่อจะไปส่งยังหอพัก ทว่าระหว่างทางที่ขับมาก็นึกอะไรขึ้นได้ วันนี้ทั้งวันเขาแทบจะไม่ได้ทานอะไรเลย

“จะกินอะไร” อยู่ๆเสียงเรียบก็เอ่ยถามขึ้นทำให้ริศาที่ได้ยินก็ทำหน้างุนงง

“คะ?”

“หูตึงหรือไง ฉันถามว่าจะกินอะไร” คนไม่ชอบพูดอะไรซ้ำๆทำหน้าหงุดหงิด

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวริศาไปทานที่หอพักทีเดียวค่ะ” ริศาบอกกลับไปด้วยความรู้สึกเกรงใจและยังเกร็งๆเวลาที่อยู่กับเขาสองคน รามจึงไม่ถามอะไรต่อแต่ก็ยังไม่ได้ขับไปส่งเธอที่หอพักอย่างที่เธอต้องการ

เอี๊ยด~~

เขากลับขับรถพาเธอเข้ามาจอดยังร้านอาหารเล็กๆที่หนึ่ง…

“ฉันหิว” รามเอ่ยเสียงเรียบไม่รอให้คนด้านข้างต้องสงสัย

“ลง” จากนั้นก็ออกคำสั่งก่อนจะเปิดประตูรถและเดินนำเธอเข้าไปในร้านอาหาร ริศาที่เห็นคนตัวสูงเดินจ้ำไปแล้วก็เดินตามไปติดๆด้วยเช่นกัน

“จะกินอะไรก็สั่ง” รามยื่นเมนูอาหารไปตรงหน้าริศา หญิงสาวจึงรับมาโดยที่ก็ไม่อยากขัดใจอีกคน เธอพอจะรู้ว่ารามเป็นคนยังไง เขาไม่ชอบพูดอะไรซ้ำๆหรือถามอะไรใครบ่อยๆ ในเมื่อเขาบอกว่าตัวเองหิวเธอก็จะนั่งกินเป็นเพื่อนเขาไปโดยไม่พูดอะไร จะว่าไปอีกนัยหนึ่งเธอก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกันที่จะได้นั่งกินข้าวกับเขาสองคน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป